วันพุธที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

Metal Music In The World


Metal Music In The World


รวบรวมประวัติความเป็นมาของดนตรีเมทัล ตั้งแต่ยุดบุกเบิก จนถึงยุคปัจจุบัน รวมถึงอัพเดทความเคลื่อนไหวของการทำอัลบั้มใหม่ๆให้เหล่า Metal Head ได้รู้กัน

Iron Maiden



     Iron Maiden ฟอร์มวงกันตั้งแต่ปี 1975 โดยมือเบสหนุ่มนาม Steve Harris อดีตสมาชิกของวง Gypsy's Kiss และ Smiler โดยเขาได้ชื่อวง Iron Maiden มาจากชื่อของภาพยนตร์เรื่อง Man in the Iron Mask และชื่อของเครื่องทรมาณของศตวรรษที่ 17 



นอกจากเล่นเบสแล้ว Steve ถือได้ว่าเป็นนักเตะตัวยงด้วย ไม่ใชเตะบอลนะคับ แต่เป็นการเตะโด่งสมาชิกของวงออกไปทีละคน 2 คน หรือบางทีก็เตะออกไปทั้งวง พูดอีกนัยหนึ่งคือพี่แกเห็นหน้านักดนตรีเป็นลูกบอลไปแล้วก็ว่าได้ แต่อย่างไรก็ตามมีหนุ่มอยู่นามนึงที่ Steve ยังไม่กล้าเตะเพราะกลัวโดนเตะกลับ เขาก็คือ Dave Murray มือกีตาร์คู่บุญนี่เอง ซึ่ง Steve ได้รู้จักเขาผ่านทาง Dennis Wilcock อดีตนักร้องนำ Iron Maiden ที่เคยโดนสตีฟเตะโด่งมาแล้ว


Steve และ Dave ต่างก็ช่วยกันค้นหาสมาชิกเพื่อมาฟอร์มวง Iron Maiden ให้สมบูรณ์ หลังจากที่เล่นสตีฟเตะฟรีคิ๊กสมาชิกไปหลายคน และในที่สุดพวกเขาก็มารู้จักกับนักร้องชื่อ Paul Di'Anno และได้ร่วมกันออกเดโมตำนานตัวแรกที่ชื่อว่า The Soundhouse Tapes เดโมตัวนี้ขายได้ร่วม 5 พันก๊อปปี้ภายในอาทิตย์แรกเท่านั้น โดยเพลง Prowler ก้กลายเป็นเพลงดังติดชาร์ตันดับ 1ของนิตยสาร Sounds Magazine และนอกจากนี้ก็ได้มีการนำเพลงของ Iron Maiden รวมในอัลบั้มรวมเพลงของเหล่าวง NWOBHM ในตำนานชื่อ Metal for Muthas ที่ออกมาในปี 1980 โดยเพลงที่นำไปรวมคือเพลงแต่งใหม่ชื่อว่า Sanctuary และ Wrathchild ซึ่งภายหลังกลายมาเป็นเพลงระดับคลาสสิคของวงทั้ง 2 เพลง นอกจากนี้ทางวงยังได้ติดต่อกับ Adrian Smith มือกีตาร์ที่เป็นเพื่อนวัยเด็กของ Dave เพื่อมาเป็นมือกีตาร์คนที่ 2 ของทางวงด้วย แต่ Adrian กลับหยิ่งและปฏิเสธไปด้วยเหตุผลที่ว่าเขาต้องการให้เวลากับวงของเขามากกว่า


ด้วยความสำเร็จแบบถล่มทลายพวกเขาจึงได้เซ็นสัญญากับสังกัดยักษ์ของเกาะอังกฤษอย่าง EMI และออกอัลบั้มเต็มชุดแรกใช้ชื่อเดียวกะวงว่า Iron Maiden ในปี 1980 อัลบั้มนี้ประสบความสำเร็จจนพุ่งทะลุชาร์ตในประเทศบ้านเกิดถึงอันดับ 4 และทำให้ชื่อของวงถูกจับตามองว่าเป็น 1 ในหัวหอกของกระแสดนตรี NWOBHM ไป นอกจากนี้ทางวงยังได้ Adrian Smith (ที่ตอนแรกทำหยิ่ง) มาเล่นกีตาร์ให้แบบถาวรด้วย

Aerosmith



Aerosmith (แอโรสมิธ)  

ข้อมูลพื้นฐาน

แหล่งกำเนิด บอสตัน รัฐแมสซาชูเส็ตต์ สหรัฐอเมริกา
แนวเพลง ฮาร์ดร็อก, เฮฟวีเมทัล, บลูส์-ร็อก[1]
ปี 1970-ปัจจุบัน
ค่าย   Columbia,Geffen,Columbia



แอโรสมิธ (อังกฤษ: Aerosmith) เป็นวงฮาร์ดร็อกอเมริกัน ที่ในบางครั้งมีฉายาว่า "แบดบอยจากบอสตัน" และ "วงร็อกแอนด์โรลอเมริกันที่ยอดเยี่ยมที่สุด" แนวเพลงมีลักษณะฮาร์ดร็อกที่มีรากมาจากแนวเพลงบลูส์ และยังรวมกับองค์ประกอบของแนวป็อป, เฮฟวีเมทัล แกลมเมทัล, และอาร์แอนด์บี ที่มีอิทธิพลต่อศิลปินรุ่นหลังในเวลาต่อมา วงก่อตั้งในบอสตัน รัฐแมสซาชูเสตต์ ในปี 1970 มือกีตาร์ โจ เพอร์รี และ มือเบส ทอม ฮามิลตัน เริ่มในวงตั้งแต่แรก ตั้งชื่อวงว่า แจมแบนด์ จากนั้นเจอนักร้อง สตีเวน ไทเลอร์ ,มือกลอง โจอี คราเมอร์ และมือกีตาร์ เรย์ ทาบาโน และรวมกันในชื่อวง แอโรสมิธ โดยในปี 1971 ทาบาโนออกและแบรด วิทฟอร์ดมาแทน จากนั้นเริ่มพัฒนาวงในบอสตัน

พวกเขาเซ็นสัญญากับโคลัมเบียเรคคอร์ดส ในปี 1972 และออกผลงานที่ขายได้หลายแผ่นเสียงทองคำขาว เริ่มต้นในปี 1973 กับอัลบั้มเปิดตัว และในปี 1975 วงได้ก้าวสู่กระแสหลักกับอัลบั้ม Toys in the Attic และกับผลงานปี 1976 กับร็อกที่แข็งขึ้นในฐานะฮาร์ดร็อกซุเปอร์สตาร์ โดยในปลายยุค 1970 พวกเขาเป็นวงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในกลุ่มวงประเภทฮาร์ดร็อกและมีแฟน เกิดขึ้นมา ที่มักจะเรียกตัวเองว่า "บลูอาร์มี่" อย่างไรก็ตามเกิดปัญหาขึ้นภายในทั้งการติดยา ทำให้เพอร์รีและวิทฟอร์ดออกไป ในปี 1979 และ 1981 ตามลำดับ และมาแทนที่โดย จิมมี เครสโพและริก ดูเฟย์ พวกเขาไม่ได้ลาจากระหว่างปี 1980 และ 1984 และออกผลงานอัลบั้มชุดเดียว คือ Rock in a Hard Place ที่มียอดขายระดับแผ่นเสียงทองคำแต่ไม่ประสบความสำเร็จเมื่อเทียบกับชุดก่อน

Nirvana



     ช่วง เวลาหนึ่งของวงการดนตรีของอเมริกานั้นต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าเป็นยุคของ ร็อคผมยาว ชุดหนัง รองเท้าหนัง นิสัยต้องกร่างทำตัวแย่ๆเข้าไว้ มีเรื่องให้เยอะ ประดุจว่าเป็นเทพเจ้า และบทเพลงต้องมีโซโล่ที่รวดเร็วประดุจลมกรด และที่สำคัญจะต้องเป็นวงร็อคที่มีสมาชิกในวงเป็นกีต้าร์ฮีโร่ถึงจะเป็นที่ นิยม แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปดนตรีเหล่านั้นได้ถูกเบียดตกขอบ โดยชายผู้หนึ่งที่เล่นกีต้าร์อย่างไม่มีเทคนิคหรือทฤษฎีอะไรมากมายเลย เขาไม่ใช่คนที่เล่นโซโล่เร็วหรือเพลงแทบไม่มีโซโล่เลยก็ว่าได้ เพลงไม่มีรูปแบบซับซ้อนอีกทั้งวงไม่ต้องใช้สมาชิกเยอะมากมาย มีเพียงแค่ 3 ชิ้นเท่านั้น

บทเพลงของเขารวมถึงในส่วนของดนตรีนั้นเขาเล่นมันออก มาจากใจและอารมณ์ดิบที่รอการปลดปล่อยออกมาทางบทเพลง บุคคลผู้นี้คือคนที่มาเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ของดนตรีอีกหนึ่งหน้า และโลกจะต้องจดจำเขาผู้นี้ไปตลอดกาล เขาคือ Kurt Cobain ความสำเร็จที่เกิดขึ้นกับตัวของ Kurt นั้นมันมาอย่างรวดเร็วมากนั้นตอนที่เขาเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกนั้นเขามีอายุ เพียงแค่ 20 ปีเท่านั้น นับได้ว่าเป็นความสำเร็จที่ได้มาอย่างรวดเร็วเหลือเกิน Kurt เกิดเมื่อวันที่ 20 เดือน กุมภาพันธ์ ปี 1967 ในเมือง Aberdeen รัฐ Washington.ในช่วงวัยเด็กเขาเป็นเด็กที่ช่างกระตือรือร้นแทบทุกเรื่อง Kurt เป็นเด็กที่น่ารักชอบเล่นสนุกอย่างเด็กๆทั่วไป แต่พอเมื่อเขาย่างเข้าอายุ 7 ขวบทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตเขาเริ่มที่จะเปลี่ยนจุดแรกที่เปลี่ยนอย่าง เห็นได้ชัดเจนเลยก็คือ สภาพครอบครัวต้องแตกแยก พ่อและแม่ของเขาตัดสินใจแยกทางเดินที่จะอยู่ด้วยกันและอีกจุดคือพ่อและแม่ ของเขาส่งเขาไปอยู่กับญาติ และจุดเหล่านี้แหละที่เริ่มทำให้ Kurt เริ่มที่จะแตกต่างจากเด็กทั่วๆไป และเด็กหลายๆคนก็มักที่จะเจอปัญหานี้เช่นกันนั้นคือ การขาดความอบอุ่นและการใส่ใจดูแล หากใครได้สังเกตเห็นเนื้อเพลงของ Nirvana ที่ชื่อว่า Silver เพลงนี้แหละครับที่เขาแต่งมันออกมาเพื่อสะท้อนชีวิตที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ชีวิตของ Kurt เริ่มที่จะเปลี่ยนแปลงขึ้นเรื่อยๆ เขาเริ่มเก็บตัวเงียบๆไม่ค่อยพูดคุยกับใครมากนัก เขาเริ่มเกลียดโรงเรียนและเริ่มที่จะไม่ไปเรียน


Kurt เริ่มหันมาสนใจศิลปะและชอบวาดรูปแทนการไปเรียนหนังสือ และอีกสิ่งในชีวิตของเขาที่ชอบและขาดไม่ได้เลย อีกทั้งเป็นต้นกำเนิดในการเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งด้วย นั้นคือ “ ดนตรี ” ในช่วงแรกนั้นเขาเริ่มฟังเพลงของวง The Beatles และ The Monkees ต่อมาจุดเปลี่ยนแปลงและต้นกำเนิดของ Nirvana เกิดขึ้นเมื่อเขาได้รู้จักกับวงอย่าง Black Sabbath, The Sex Pistols และวง The Clash เป็นต้น จะเห็นได้ว่าวงพวกนี้จะมีความเป็นพังก์และความดิบของดนตรีร็อกอยู่สูง ดังนั้นดนตรีเหล่านี้จึงสะท้อนออกมาทางบทเพลงของ Nirvana อยู่เยอะที่เดียว และเมื่อถึงวันเกิดครบรอบ 14 ปีของเขา Kurt ก็ได้ซื้อกีต้าร์ตัวแรกในชีวิตและเขาก็เริ่มหัดและทกลองเล่นในสิ่งที่แตก ต่างออกไปจากมือกีต้าร์คนอื่นๆ และKurt ยังได้ก่อตั้งวงขึ้นมาหนึ่งวงและตั้งชื่อมันว่า Melvins และ Kurt ก็ได้ทำสิ่งหนึ่งที่คนอื่นๆที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันไม่กล้าทำและเป็นสิ่ง ที่บรรดาผู้ใหญ่ต่างก็คิดไม่ถึงนั้คือการที่เขาตัดสินใจออกจากโรงเรียนก่อน ที่จะจบในอีกไม่นานเพื่อที่จะมาเล่นดนตรี แต่ต่อมาทุกอย่างก็ต้องกลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้งเมื่องานในสายดนตรีมันไม่ ได้ยืนยาวอย่างที่เขาคิด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น Kurt ก็ไม่ได้ท้ออะไรเกี่ยวกับมันมาก

Skid Row

           Skid Row เป็นวง Heavy metal ที่ถือได้ว่าเป็นต้นแบบวง metal ในยุค 90s เลยก็ว่าได้
    พวกเขาเริ่มก่อตั้งวงกันใน New Jersey ปี 1986 โดยทีตัวตั้งตัวตีคือ Rachel Bolan มือ Bass และ Dave Sabo มือ guitar นั่นเอง

           โดยทั้งคู่ได้ค้นหาสมาชิกมาร่วมทำวง metal กันและได้พบกับมือ guitar อีกคนคือ Scotti Hill เข้าหลังจากนั้นก็ได้ Rob Affuso เข้ามาทำหน้าที่หวดกลองให้โดยในยุคแรกนั้น นักร้องนำ คือ Matt Fallon ก่อนที่จะถูกแทนที่ด้วย Sebastian Bach นักร้องนำสุดจี๊ดแห่งยุคปลาย 80s ถึงต้น 90s

            ในปี 1987 พวกเขาก็ได้เริ่มตระเวณเล่นดนตรีกันตาม clubs ทั่วฝั่ง eastern กันเลยทีเดียว
    (ทำไมมันดูน่าสนุกยังงี้  คิดจะทำอะไรก็ทำกันได้เลย โอกาสมันช่างเยอะแยะเสียเหลือเ
    กิน) 
      แต่เหมือนว่าโชคชะตาจะเข้าข้าง เพราะ Sabo นั้นเป็นเพื่อนสนิทกันกับ Jon Bon Jovi นักร้องนำของวง Bon Jovi สุดโด่งดัง และการช่วยเหลือของ Jon Bon Jovi นี่เองที่ทำให้ Skid Row ได้เริ่มต้นบันทึกเสียง กับ Atlantic

      และในปี 1989 พวกเขาก็ปล่อย Album แรกออกมากระแทกหูชาวโลก ในชื่อ album สิ้นคิด เอ้ย เรียบง่ายว่า Skid Row
      แต่ดนตรีไม่เรียบง่าย จืดชืด แบบชื่ออัลบั้ม เพราะ Skid Row ชุดนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก ในทันที

      "18 and Life", "I Remember You", และ "Youth Gone Wild" ก็เข้าไปกระแทกรูหู และกระแทกใจผู้ฟังกันอย่างสนั่นหวั่นไหว ควักกระเป๋าจ่าย ซื้อ album นี้กันไปแทบไม่ทัน...ทั่วโลก 

    ความสำเร็จของ album แรกก็ทำให้พวกเขามีตาราง tour กันยาวเหยียดตลอดปี ไม่ต้องพัก ไม่ต้องอยู่บ้านกันเรียกว่านอนกันบนรถ tour ตลอดปี

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น